Lesson 9 - How to find Max Bid

Lesson 9 - How to find max bid

ดูวีดีโอเรื่อง การหาค่าบิดสูงสุดที่เราจะบิดได้โดยไม่ขาดทุน กดตรงนี้

สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยสูตรการหาค่า บิดสูงสุด โดยที่เรามีโอกาสขาดทุนน้อยกันนะครับ
สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ โดย ค่า max bid ที่ได้นี้ หากเพื่อน ๆ ใช้ค่าที่คำนวณได้ โอกาส
ที่จะขาดทุนก็น้อยลงไปด้วยครับ ซึ่งสำหรับสูตรการหาค่า max bid นี้อาจมีได้หลายกรณีนะครับ และ วันนี้
ผมจะบอกเพื่อน ๆ สองกรณีด้วยกันนะครับ

1. กรณีที่ 1 การหาค่า max bid จาก 7Days EPC โดยนึกถึงความหมายของ EPC นั่นคือ EPC นั้นมาจาก
Earning Per 100 Clicks  ดังนั้น หมายความว่า หากเราส่ง  click เข้าไปยังสินค้าจำนวน 100 clicks แล้ว
จะได้เงินกลับคืนมาเท่ากับค่า EPC นั่นเอง (เฉพาะใน cj นะครับ) ซึ่งเมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว เราก็สามารถ
เอาค่า EPC ตรงนี้มา คำนวณหาค่า max bid ที่เราจะใช้ได้ นั่นเอง

2. กรณีที่ 2 การหาค่า max bid จาก กำไรของสินค้า โดยไม่คำนึงถึง EPC ซึ่งกรณีนี้ จะใช้กับสินค้าใหม่ที่ยัง
ไม่มีการคำนวณค่า EPC ออกมา ดังนั้นเราจึงต้องหา Max Bid จาก กำไรของสินค้าที่เราจะขายนั่นเอง

และสำหรับการคำนวณค่า Max Bid นี้ไม่เหมาะกับการที่ เรามี Keywords จำนวนมหาศาลนะครับ
การใช้ค่า Max CPC ที่คำนวณได้เหมาะสำหรับ Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจริง ๆ และ เป็น Keywords
ที่สามารถทำกำไรกลับมาให้เรา จริง ๆ ในเริ่มต้น ของการ Bid เพื่อน ๆ สามารถใช้เทคนิคการหา Keywords
ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเราให้ได้เยอะ ๆ จากนั้น เราก็อัด Keywords เข้าไปเลย โดยการ Bid แค่ 0.05 และทำการ
Tracking ว่า Keywords ไหนขายได้บ้าง เราก็เอา Keywords นั้น ๆ มาใส่ค่า Max CPC ที่เราคำนวณได้ไป
โอกาสในการขายเราก็จะสูงขึ้นอีกครับ อันนี้เป็นเทคนิค ลูกทุ่ง ลูกทุ่งของผมเลย แต่ บางที สินค้านั้น ๆ มี Keywords
ที่เกี่ยวข้องไม่กี่ตัว ผมก็จะ ใส่ค่า Max CPC ไปตั้งแต่ต้นเลย เพราะว่า Keywords เป้าหมายมีไม่กี่ตัวดังนั้นผม
เลยใส่ค่า max bid ตามที่คำนวณได้ไปเลย

หวังว่าเทคนิคนี้ คงช่วยให้เพื่อน ๆ หายสงสัยกันได้นะครับว่าเราควรจะ bid เท่าไรดี …. ผมมีคำสรุปดังนี้นะครับ

1. หา Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าให้ได้มากที่สุด อย่างต่ำสัก 1000 keywords
2. เริ่มต้นทำ Campaign โดยการ Bid  0.05 ทุก Keywords Run ไปสัก 10 - 20$ ก่อน เพื่อดูสถิติ
3. ทำการ Tracking ว่า Keywords ไหนที่ขายได้ เมื่อเจอก็แยก Keywords นั้นออกมา
สร้าง adgroup ใหม่สำหรับ keywords นั้น ๆ โดยตรงเลย
4. เอา Keywords ที่ได้จากข้อ 3 ไปหา Keywords ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ให้ได้อีกสัก 5 - 10 Keywords แต่อย่าให้เกิน 20 Keywords นะครับ เน้นเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้องจริง ๆเท่านั้น หรือจะไม่หาเพิ่มเลยก็ได้ แล้วแต่ความชอบครับ อย่างไรต้องทดลองดูว่าอย่างไหนให้กำไรมากกว่ากัน
ก็ถือเอาอย่างนั้นเป็นแนวปฏิบัติครับ
5. คำนวณหาค่า Max Bid ออกมาตามสูตรที่ให้ไป จากนั้น ก็ใส่ ค่า Max Bid ไปตามที่คำนวณได้เลยครับ
6. Budget ในการใช้จ่าย ควรตั้งเท่ากับค่า EPC ที่เราเอามาคำนวณ เช่น สินค้้าหนึ่ง 7 Days EPC = 100 เราก็ตั้ง Budget เอาไว้แค่ 100 เท่านั้น
เพื่อเป็นการรับประกันว่า เราจะไม่ใช้เงินเกินค่าที่เราตั้งไว้ครับ
7. คอย Monitor ตลอดครับว่า สินค้าที่เราเอามาใส่ Max Bid นี้ ยังขายได้อยู่และทำกำไรกลับมาให้เราอยู่หรือไม่ และ คอยดูตำแหน่งของเรา
และของคู่แข่งด้วยครับว่า ขึ้นลงอย่างไร หากสินค้าชิ้นนี้ขายดีจริง ๆ ก็เพิ่ม Max Bid ไปสู้กับคู่แข่งได้ครับ

เหมือนเดิมครับ หากใครมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร สอบถามที่ http://www.emarketingthai.com/forum/ นะครับ

โชคดีครับทุกคน

Master

Special from Trawut.com - Goldmine in Europe

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

วันนี้ผมได้เข้าไปอ่านเว็บไซต์ ปรมาจารย์ทางด้าน Affiliate ของเมืองไทย คือเว็บไซต์คุณตราวุทธิ์ นั่นเอง พบว่า
แกได้เขียนบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขุดทองทางด้านฝั่งยุโรปไว้ อย่างไรแล้ว เพื่อน ๆ ลองอ่านกันดูนะครับ

Goldmine in Europe

สวัสดีครับ สำหรับบทความของผมในวันนี้ คงจะเป็นประโยชน์ และทำเงินให้กับใครอีกหลายๆคนที่อ่านได้อย่างแน่นอนครับ

ดังนั้นผมแนะนำให้คุณลองอ่านดูเลยนะครับ
และอย่าลืมนะครับว่าในธุรกิจนั้นยิ่งเราช้าเท่าไหร่เราก็จะถูกแซงไปมากเท่านั้นครับ

โชคดีครับ

ตราวุทธิ์

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Goldmine in Europe

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

เทคนิคการทำกำไรจากธุรกิจ GoogleRich อีกเทคนิคหนึ่ง
ที่หลายๆคนไม่ทราบ หรือว่าอาจจะมองข้ามไปนั่นก็คือ การพยายามโฆษณา
สินค้าในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา

แม้ในประเทศอเมริกาจะมีคนใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมาก และมีเว็บไซต์
ให้เลือกทำโฆษณาอยู่มากมาย แต่ในทางกลับกันก็มีคนทำ Affiliate
อยู่จำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากว่าเราทำโฆษณาเว็บไซต์ขาย
สินค้าในอเมริกา ก็อาจจะต้องพบเจอกับคู่แข่งโฆษณาจำนวนมากมาย
บน Google

ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่สูงมากในอเมริกา
มาลองทำการโฆษณาในกลุ่มประเทศยุโรปที่มีการแข่งขัน
ทำโฆษณาต่ำกว่า ก็อาจจะทำกำไรกลับมาให้เราได้มากมายเช่นกัน
(และอาจจะช่วยประหยัดค่าโฆษณาได้จำนวนมากด้วย)

กลุ่มประเทศในยุโรปที่เราสามารถทำการโฆษณาสินค้าได้ก็อย่างเช่น
ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ที่มีสินค้าให้เรานำมาทำโฆษณา
และมีผู้บริโภคที่พร้อมซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตอยู่พอสมควร

การหาสินค้าเพื่อนำมาโฆษณาในกลุ่มประเทศยุโรปทำได้ดังนี้

สำหรับสินค้าใน Clickbank เป็นสินค้าประเภทดิจิตอล
จึงสามารถนำมาทำโฆษณาขายได้ทั่วโลกอยู่แล้ว

ส่วนการค้นหาสินค้าใน CJ นั้น เวลาค้นหาก็ให้เราเลือกที่
Additional Search Options แล้วระบุการค้นหาว่า ให้แสดงเฉพาะ
เว็บไซต์ในประเทศอะไรบ้าง เช่น อังกฤษ และ ฝรั่งเศส เป็นต้น

นอกจาก CJ, Clickbank แล้ว เราอาจจะไปสมัครเป็นสมาชิกของ
www.tradedoubler.com ซึ่งเป็น Affiliate Program Provider
ชื่อดังของทางยุโรปก็ได้ (แต่ทั้งนี้การสมัคร tradedoubler นั้น
จำเป็นจะต้องมีที่อยู่ในประเทศยุโรป หรือ อเมริกา และต้องมีเว็บไซต์
ด้วยครับ) แล้วก็ทำการโฆษณาให้กับเว็บไซต์ต่างๆที่อยู่ใน tradedoubler
ซึ่งยังมีคู่แข่งน้อยอยู่มาก (อาจจะเพราะสมัครยากด้วยครับ ^_^)

ส่วนการทำโฆษณาบน Google ก็เหมือนเดิมทุกประการ
เพียงแค่เราเลือก ให้โฆษณาของเราแสดงเฉพาะในประเทศ
ที่เป็นกลุ่มลูกค้าของสินค้า ที่เราเลือกมาโฆษณาเท่านั้นเองครับ

สำหรับใครที่ทำเงินได้มากจากการโฆษณาสินค้าในอเมริกาแล้ว
ก็อาจจะลองขยายธุรกิจ GoogleRich  ออกไปทำโฆษณา
แถบยุโรปดูบ้างก็ได้ บางทีอาจจะทำกำไรได้มหาศาลก็ได้ครับ

ส่วนใครที่ยังทำกำไรไม่ได้ตามที่ต้องการ ก็อาจจะลองเปลี่ยนแผน
หัันมาทำโฆษณาในยุโรปแทนดูสักพักก็ได้ครับ ทำไปทำมา
เราอาจจะโฆษณาในยุโรปนี้ได้ดี และทำเงินได้ตามต้องการเลยก็ได้
หรืออย่างน้อยที่สุด เราก็ได้รับประสบการณ์ที่ดี และบอกกับคนอื่นๆได้ว่า
ครั้งหนึ่ง เราเคยลองทำการตลาดที่ประเทศแถบยุโรปมาแล้วครับ ^_^

-
บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของ FF Magazine

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=> http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

Lesson 8 Paypal Account

Lesson 8 Do you have paypal account

ลองไปดูที่นี่นะครับ เค้าให้ความรู้เกี่ยวกับการสมัคร paypal ไว้ได้ดีพอสมควรเลยครับ
เพื่อน ๆ ที่ยังไม่มี paypal รีบไปสมัครไว้นะครับ อย่างน้อยเรามี paypal ไว้ก่อนสัก 1 account ก็ดีครับ
เพราะสะดวกในการรับเงินจากหลาย ๆที่ ซึ่งในการเรียนบทต่อไป ผมจะ เอามาบอกครับว่าที่ไหนบ้าง
ที่จ่ายเงินผ่าน paypal ครับ อย่างไรแล้ว ขอให้เพื่อน ๆ ไปสมัคร paypal กันก่อนนะครับ

Master

———- บทความจากเว็บคุณ Trawut.com นะครับ ขอให้เพื่อน ๆ ไปอ่านกันนะครับ ——————–

Do you have Paypal Account?

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าทุกคนคงสบายดี และได้ไปเที่ยวพักผ่อนกันในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาแล้วนะครับ

สำหรับผมก็ไม่ได้ไปไหนอีกเช่นเคยครับในวันหยุดนี้ เพราะว่าต้องมีการเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนสิ้นปีนี้ครับ จะได้ไม่มีงานค้างเหลือถึงปีหน้าครับ จะได้ใช้เวลาในปีหน้าทำเรื่องอื่นๆตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ครับ แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ค่อยชอบไปไหนช่วงเทศกาลสักเท่าไหร่ครับ เพราะว่าไม่ค่อยชอบรถติด แล้วก็ไม่ชอบเห็นคนเดินไปเดินมาเยอะๆครับ เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยครับ (แต่ชอบเห็นคนนั่งฟังเวลาผมพูดสัมมนาครับ เห็นแล้วรู้สึกมีกำลังใจครับ) ^_^

สำหรับวันนี้ผมก็มีเรื่องเกี่ยวกับ Paypal มาฝากครับ เพราะว่าในขณะนี้นั้น เราสามารถสมัคร Paypal ด้วยธนาคารในประเทศไทยได้แล้ว และได้หลายธนาคารด้วยครับ ประมาณ 28 ธนาคารนะครับ ถ้าจำไม่ผิด ดังนั้นนี่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีนะครับ ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้สมัคร Paypal ก็ลองไปสมัครดูได้ครับ

ทั้งนี้ผมได้ทำ eClass อธิบายขั้นตอนการสมัคร Paypal เอาไว้ เผื่อใครที่มีข้อสงสัยในวิธีการสมัคร ก็สามารถรับชม eClass สอนวิธีการสมัครได้เลยนะครับ

=> http://www.adwords-eclass.com/resources/eClass/paypal

สุดท้ายขอให้เพื่อนๆทุกคนประสบความสำเร็จในธุรกิจอินเตอร์เน็ตนะครับ และสำหรับใครที่เพิ่มเริ่มต้นทำ ก็ขอให้ตั้งใจและทุ่มเทให้เต็มที่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วเช่นกันครับ

ตราวุทธิ์

ป.ล. ใครที่ต้องการรับชม eClass แบบเต็มจอ สามารถทำได้โดยการกดที่ปุ่ม F11 นะครับ เมื่อดูเสร็จแล้ว ก็ให้กดที่ปุ่ม F11 อีกครั้ง เพื่อกลับมาหน้าจอปรกติครับ

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Do you have Paypal Account?

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.Trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ถ้าหากว่าเพื่อนๆได้เริ่มลองทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตมาสักพักหนึ่ง ผมเชื่อว่าเพื่อนๆคงรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ Paypal มาแล้วอย่างแน่นอนครับ หลายต่อหลายคนอาจจะเคยลองใช้กันมาแล้วก็ได้

ว่าไปแล้ว Paypal ก็เหมือนกันธนาคารกลางบนโลกอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง เราสามารถที่จะรับเงิน และโอนเงินให้กับใครก็ได้ที่มีบัญชีกับ Paypal นี้ หรือถ้าหากเราทำการค้าบนอินเตอร์เน็ต เรายังสามารถรับชำระเงินค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต ด้วยการใช้ Paypal ก็ได้อีกเหมือนกันครับ

หรือถ้าหากเราเป็นคนชอบซื้อของบนอินเตอร์เน็ต Paypal นั้นเปรียบได้กับบัตรเดบิตของเรา ที่ให้เราจับจ่ายใช้สอยกับร้านค้าบนอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และปลอดภัยครับ เพราะว่าข้อมูลส่วนของเรานั้น จะเก็บไว้ที่ Paypal ที่เดียวครับ

ซึ่งในขณะนี้ด้วยปริมาณผู้ใช้งาน Paypal ที่มีจำนวนมากทั่วโลก ทำให้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า บางครั้งเราก็จำเป็นจะต้องใช้งาน Paypal ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการรับเงิน หรือ การจ่ายเงิน

แต่ว่าด้วยความที่เราเป็นคนไทย ทำให้แม้แต่การสมัคร Paypal ที่ง่ายแสนง่ายในต่างประเทศ ก็กลายเป็นเรื่องยากสำหรับเรา เพราะแต่ก่อน ถ้าหากเราต้องการสมัครใช้งาน Paypal แบบเต็มรูปแบบ เราจะต้องมีบัตรเครดิตของตนเอง และยังต้องติดต่อกับทางธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์ก ให้ทำการเชื่อมต่อบัญชีของเราเข้ากับ Paypal Account ด้วย เพื่อที่เวลาเราสั่งให้ Paypal จ่ายเงินให้เรา Paypal จะได้โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของเราในประเทศไทยได้

คิดแล้วก็เหนื่อยแทนคนไทยครับ

แต่วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้วครับ เพราะว่าล่าสุดนั้น ทาง Paypal ได้เปิดให้คนไทยสามารถเชื่อมต่อบัญชีธนาคารในประเทศไทย เข้ากับ Paypal Account ได้โดยตรงแล้วครับ และเมื่อเราจะทำการถอนเงินจาก Paypal ก็เพียงแค่เลือกธนาคารที่เราลงทะเบียนไว้ แล้วกดคลิ๊กทีเดียว ทาง Paypal ก็จะฝากเงินที่เราต้องการเข้าบัญชีธนาคารของเราเลยครับ (รอเงินเข้าประมาณ 3-4 วัน)

ซึ่งนั่นทำให้กระบวนการสมัคร Paypal นั้นง่ายดายขึ้นมากเลยครับ

Paypal มีประโยชน์หลายอย่าง ดังที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว และการสมัคร Paypal นั้น ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดเลย และยิ่งตอนนี้เราสามารถเชื่อมต่อธนาคารในประเทศเข้ากับ Paypal ได้แล้ว ผมแนะนำว่า ใครที่ยังไม่มี Paypal Account ก็ลองเข้าไปสมัครดูได้เลยครับ เผื่อวันหนึ่งเกิดจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา จะได้มีใช้ได้ทันที (การสมัคร Paypal จะเสร็จสมบูรณ์ต้องรอทาง Paypal ตรวจสอบบัตรเครดิตของเราประมาณ 3-4 วัน)

=> http://www.trawut.com/paypal

ยิ่งถ้าหากเพื่อนๆวางแผนที่จะทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตด้วยแล้ว Paypal เป็นวิธีการรับชำระเงินอย่างหนึ่งที่เพื่อนๆควรจะมีเอาไว้บนเว็บไซต์ด้วยครับ

ผมได้ทำ eClass สอนวิธีการสมัคร Paypal ไว้ให้กับเพื่อนๆได้รับชมแล้วครับ เผื่อใครที่มีปัญหาในการสมัครจะได้เข้ามาดู eClass นี้และสมัครตามได้เลยนะครับ

=> http://www.adwords-eclass.com/resources/eClass/paypal

ทีนี้เมื่อเพื่อนๆมี Paypal Account ของตนเองเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถที่จะซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญเพื่อนๆสามารถเริ่มต้นทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการขายสินค้าของตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลาแล้วครับ

รออีกไม่นานครับ เวลาที่คนไทยส่วนมากมี Paypal Account แล้ว ผมคิดว่าวงการ eCommerce ไทยน่าจะก้าวไกลขึ้นไปอีกครับ เพราะว่าคนจะกล้าซื้อสินค้ามากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีมากขึ้น และที่สำคัญเรามีทางเลือกในการรับจ่ายเงินมากขึ้นครับ


บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของนิตยสาร
Financial Freedom

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=> http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

—————————————————————————-

Strategy to SAFE Most Money in Paypal

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

“เวลา วารีไม่เคยคอยใคร” เพื่อนๆหลายคนคงเคยคุ้น และได้ยินคำเปรียบเปรยข้างต้นนี้กันมาบ้าง  และคงรู้สึกเช่นเดียวกันกับผมว่า วันเวลาช่างผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

ก็จะไม่ให้ผมรู้สึกเช่นนั้นได้อย่างไรล่ะครับ  ไม่ทันไรเลย เผลอแป๊ปเดียวก็ผ่านพ้นปี 2550 มาได้ครึ่งปีแล้วนะครับ    ผมยังรู้สึกเหมือนว่า เพิ่งผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขในวันปีใหม่มาไม่นานอยู่เลยครับ  ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องทำงานให้เร็วมากขึ้นเท่านั้นนะครับ ตัวเราจะได้พัฒนาก้าวหน้าได้เท่าทันกับเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปครับ

สำหรับวันนี้ผมก็มีบทความดีๆ มาฝากเพื่อนๆ อีกเช่นเคยครับ  เกี่ยวกับการถอนเงินจาก Paypal ให้ประหยัดค่าธรรมเนียมมากที่สุด

ตอนนี้ผมว่าหลายๆคนคงมีบัญชี Paypal กันแล้ว   และก็คงมีเงินค้างอยู่ใน Account ไม่มากก็น้อยครับ    ทีนี้ ถ้าหากเราถอนเงินด้วยวิธีปรกติกลับมาที่ประเทศไทยคราวละมากๆ เราก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Paypal สูงถึง 2.5% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากครับ

ผมเองก็เคยเกิดสภาวการณ์เฉกเช่นเดียวกัน ใช่ครับ ผมเคยจ่ายเงินมากมายเป็นค่าธรรมเนียมให้กับ Paypal ซึ่งสร้างความท้อใจกับผมมากพอสมควร ผมจึง   ขบคิดและใช้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาดังกล่าว และในที่สุดผมก็สามารถ   ค้นพบวิธีการที่มีประโยชน์และใช้ได้จริงเสียด้วยครับ

ดังนั้น หากใครที่ต้องการถอนเงินจาก Paypal แบบประหยัด ผมก็ขอแนะนำให้อ่านบทความด้านล่างที่เขียนจากประสบการณ์จริงของผมได้เลยนะครับ

โดยเฉพาะ สำหรับใครที่เป็น Affiliate ของ AdWords eClass และ GoogleRich Advanced Course นั้น ผมก็ขอแนะนำว่า อย่าพลาด! ขอให้อ่านเลยนะครับ จะได้ถอนเงินออกมาจาก Paypal ได้อย่าง สบายใจมากขึ้นนะครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ
ตราวุทธิ์

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ถอนเงิน Paypal อย่างไรให้ประหยัดสุด

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.Trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ทุกคนคงยอมรับนะครับว่า ปัจจุบัน Paypal  เข้ามามีบทบาทกับการทำธุรกรรมบนโลกอินเตอร์เน็ตอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนตัวกลางในการรับ-จ่ายเงินค่าสินค้าและบริการต่างๆ

เรียกได้ว่า เรามี Account Paypal เอาไว้ ก็ทำให้เราสามารถจับจ่ายซื้อของบนอินเตอร์เน็ตได้สะดวกขึ้น หรือ ถ้าหากวันหนึ่ง เรามีเว็บไซต์ และต้องการขายสินค้าหรือบริการต่างๆ เราก็สามารถใช้ Paypal เป็น Payment Gateway ในการเรียกชำระค่าสินค้าและบริการในทันที

สำหรับใครที่มีเงินอยู่ใน Paypal จำนวนมาก และต้องการถอนเงินจาก Paypal เข้ามายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ ใส่ชื่อธนาคาร และ หมายเลขบัญชีธนาคารในประเทศไทยลงไปใน Paypal Account ของเรา จากนั้น ก็กดที่ Withdraw Money เพื่อให้ทาง Paypal โอนเงินจากใน Paypal มาเข้าในบัญชีธนาคารของเรา

วิธีนี้สะดวกมากที่สุด เพราะเราสามารถใส่เลขที่บัญชีของธนาคารไหนก็ได้ และไม่ต้องทำการยืนยันบัญชีธนาคารใดๆทั้งสิ้น ทั้งยังสามารถเปลี่ยนหมายเลขบัญชีไปมาได้โดยง่าย ทำให้การโอนเงินกลับไทยมีความยืดหยุ่นกว่า

แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ ถ้าหากเราโอนเงินจำนวนมากๆกลับมาในประเทศไทย เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวนมากด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากเราโอนเงินกลับ  มาด้วยวิธีนี้ ทาง Paypal จะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกลับเป็นเงินต่างประเทศ (ดอลล่าร์ มาเป็น บาท) สูงถึง 2.5% ด้วยกัน

เท่ากับถ้าหากเราโอนเงินเข้ามา $1,000 เราจะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมในการโอนให้ Paypal ไปแล้ว $25 จากนั้นที่เหลืออีก $975 จึงค่อยแปลงกลับเป็นเงินไทยเข้าบัญชีธนาคารให้กับเรา

ดังนั้น ผมแนะนำว่า ถ้าหากใครที่ต้องการโอนเงินจำนวนมากๆจาก Paypal กลับมาที่ธนาคารในประเทศไทยนั้น ให้ทำการโอนอีกวิธีหนึ่งจะประหยัดค่าธรรมเนียมกว่ามาก

นั่นก็คือ การโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์ก ครับ โดยมีขั้นตอนในการทำดังนี้

1. login เข้าไปใน Paypal  Account ของเรา  แล้วไปเลือกที่ Profile > Financial Information > Bank Account > Add
2. ตรง Country ให้เลือกเป็น United States
3. จากนั้นให้ใส่รายละเอียดของธนาคารลงไปดังนี้
a. Bank name: Bankok Bank
b. Account Type: Savings (สะสมทรัพย์)
c. Routing Number: 026008691
d. Account Number: ใส่หมายเลขบัญชีธนาคารกรุงเทพของเรา
e. Re-enter Account Number: ใส่หมายเลขบัญชีธนาคารกรุงเทพของเราอีกครั้ง
4. แล้วก็กดที่ Continue

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนแรกครับ จากนั้น เราจะต้องไปทำการยืนยันว่าบัญชีธนาคารกรุงเทพนี้ เป็นบัญชีของเรา ดังนี้

1. เมื่อเราใส่รายละเอียดบัญชีธนาคารของเราไปแล้ว ไม่เกิน 3 วัน ทาง Paypal จะทำการฝากเงิน 2 จำนวนเข้ามาที่บัญชีของเรา
2. ให้เราทำการเช็คยอดเงินโอนเข้าจากต่างประเทศว่า โอนเงินเข้ามาจำนวนกี่ดอลล่าร์ (จะมี 2 จำนวน เช่น $0.01 และ $0.62) โดยให้เราโทรไปสอบถามได้ที่บัวหลวงโฟน 1333 ซึ่งเมื่อเราทราบแล้ว ก็ให้ทำการจดบันทึกไว้
3. login เข้าไปใน Paypal Account แล้วไปคลิ๊กที่ Confirm Bank Account
4. ใส่ตัวเลขจำนวนเงินที่ Paypal ฝากเข้าบัญชีของเราจำนวน 2 ค่าลงไป

เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันว่า เราได้ทำการเพิ่มบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์กไว้กับ Paypal แล้ว ซึ่ง Paypal จะถือว่าบัญชีธนาคารนี้ เป็นเหมือนบัญชีธนาคารในสหรัฐอเมริกา (เพราะมี Routing Number ของอเมริกา) ทำให้เวลาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพนี้ เราไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 2.5% ให้กับ Paypal ครับ

แต่เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวน 400 บาท ให้กับธนาคารกรุงเทพในการโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์ก กลับมาที่ประเทศไทย แทนครับ

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ถ้าหากเราโอนเงินผ่าน Paypal กลับมาที่ไทย จำนวนเงิน ไม่เกิน $450 ก็ให้โอนเข้ามาที่ธนาคารในประเทศไทยตาปรกติ  (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้นด้วย ในที่นี้ ผมคิด $1 = 35 บาท) เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมประมาณไม่เกิน 400 บาท

แต่ถ้าหากว่า เราต้องการถอนเงินจาก Paypal ในจำนวนเงินที่สูงกว่า $450     ก็ควรจะถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขา นิวยอร์ก ครับ เพราะจะเสียค่าธรรมเนียม 400 บาทเท่านั้น (ไม่ว่าจำนวนเงินจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม)

และสำหรับวิธีการถอนเงินออกจาก Paypal ถ้าหากใครยังไม่ทราบ ก็ให้ทำ     ดังนี้ครับ
1. login เข้าไปใน Paypal Account
2. กดที่ Withdraw
3. กดที่ Transfer Fund To Your Bank Account
4. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการถอน และเลือกบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงิน

ส่วนใครที่ยังไม่มี Paypal Account และต้องการสมัคร ผมได้เขียนบทความ เกี่ยวกับขั้นตอนการสมัคร Paypal เอาไว้แล้ว สามารถเข้าไปอ่านและดู eClass ได้ที่

=> http://trawut.com/do-you-have-paypal-account/2006/12/12/

-

บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของ FF Magazine

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=> http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

——————————————————————————

Paypal Limited Access

สวัสดีครับ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ตอนนี้ทุกๆคนที่ทำธุรกิจออนไลน์ควรจะต้องมีไว้ใช้
คือ บัญชี Paypal

เพราะว่าเมื่อเรามีบัญชี Paypal แล้วเราสามารถจับจ่ายซื้อสินค้า ในโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งเมื่อเราต้องการ เปลี่ยนตนเองจากผู้ซื้อมาเป็นพ่อค้าออนไลน์เมื่อไหร่ เราก็สามารถ
นำบัญชี Paypal มารับชำระค่าสินค้าและบริการได้ทันที

ครั้งก่อนๆ ผมได้มาอธิบายถึงวิธีการสมัคร Paypal และวิธีในการถอนเงินผ่านทางธนาคารกรุงเทพไปเรียบร้อยแล้ว คงจะพอทำให้คุณได้ทราบถึงวิธีการใช้งาน Paypal และการถอนเงิน
ออกจาก Paypal แบบคร่าวๆไปแล้ว

วันนี้ผมจึงขอนำบทความเกี่ยวกับ Paypal อีกเรื่องหนึ่งมาให้
ได้อ่านกันครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และทุกคนที่มี
บัญชี Paypal และได้ผูกบัญชี Paypal นี้ไว้กับธนาคารกรุงเทพ
สาขานิวยอร์ก ควรอ่านครับ

เพราะว่าการทำเช่นนั้น แม้ว่าจะสะดวกเราในการถอนเงินกลับเข้ามา
ในประเทศไทย แต่ว่า ก็มีข้อจำกัดบางประการที่เราต้องใส่ใจ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องมีปัญหาวุ่นวายภายหลังได้กับการโดน
Limited Access จาก Paypal ครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ

ตราวุทธิ์

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Paypal Limited Access
โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.Trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

หลายคนที่ใช้ Paypal อาจจะเคยมีปัญหาการโดน Limited
Accessหรือ การจำกัดการใช้งานจาก Paypal มาแล้วทำให้
ไม่สามารถใช้งาน Paypal ได้ทุกฟังค์ชั่น

ที่สำคัญคือ เมื่อโดน Limited Access แล้ว เราจะไม่สามารถรับเงิน
ส่งเงิน และ ถอนเงิน ได้ตามใจชอบอีกต่อไป เผลอๆบางคนมีเงิน
อยู่ใน Paypal เยอะแยะ ก็ถอนออกมาไม่ได้เลยสักบาทเดียว จนกว่า
จะแก้ไขการ Limited Access นี้ให้กลับมาใช้งานได้ตามปรกติ

ซึ่งการแก้ไขนั้นก็ยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องติดต่อกับ Paypal
ที่ต่างประเทศ ต้องส่งหลักฐานต่างๆไปยืนยัน และที่สำคัญอาจจะต้องเสียเวลา
ในการดำเนินเรื่อง 1-2 อาทิตย์ กว่าที่เราจะกลับมาใช้งาน Paypal
ได้ตามปรกติครับ

ดังนั้นเราจึงควรรู้วิธีป้องกันการ Limited Access นี้ไว้แต่เนิ่นๆ
ดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง

โดยสาเหตุหลักที่สุด ที่คนไทยโดน Limited Access กันเยอะ
ก็ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ

เพราะตามที่ผมได้เคยกล่าวไปแล้วว่า เราสามารถประหยัดค่าธรรมเนียม
ในการถอนเงินจาก Paypal ได้ ด้วยการถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ
สาขานิวยอร์ก
ซึ่งคนไทยหลายๆคนก็ใช้วิธีการนี้ทั้งนั้น

ทีนี้เรื่องก็คือว่า ธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ก เราสามารถใช้ถอนเงิน
ได้อย่างเดียว แต่ใช้ส่งเงินหรือฝากเงินไม่ได้ครับ ถ้าหากเราใช้ปั๊บ
ก็จะโดน Limited Access ทันที (เพราะ Paypalไม่สามารถดึงเงินข้ามประเทศได้)

ที่บอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะว่า ในตอนแรกที่เรายังไม่ได้เพิ่มบัญชี
ธนาคารกรุงเทพเข้าไปในบัญชี Paypal ของเรา เวลาเราซื้อของ หรือ
จ่ายเงินผ่านทางPaypal ทาง Paypal จะนำเงินใน Account ที่เหลืออยู่
ไปจ่ายก่อน ถ้าหากมีไม่พอจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ทาง Paypal ก็จะดึงเงินจากบัตรเครดิตที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชี Paypalไปจ่ายเงินส่วนที่เหลือ

พอเพิ่มบัญชีธนาคารกรุงเทพเข้าไป หลายๆคนที่ไม่ทราบ จึงเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อเงิน
ไม่พอจ่าย ทาง Paypal จะดึงเงินจากบัตรเครดิตไปจ่ายตามปรกติ ทำให้สั่งซื้อสินค้าแบบ
สบายใจ แม้ว่าเงินในบัญชี Paypal จะเป็นศูนย์ก็ตาม แล้วก็พบว่าโดน Limited Access
นั่นเองครับ

เพราะในความเป็นจริง เมื่อเราเพิ่มบัญชีธนาคารกรุงเทพ
สาขานิวยอร์กเข้าไปในบัญชี Paypal ของเรา ทาง Paypal
จะเปลี่ยน Source of Fund (แหล่งในการจ่ายเงิน) เป็น

1.  เงินคงเหลือในบัญชี Paypal
2.  เงินจากในบัญชีธนาคารกรุงเทพ
3.  เงินจากบัตรเครดิต

ซึ่งถ้าหากว่าเรามีบัญชีธนาคารในอเมริกา ทาง Paypal สามารถจะดึงเงินจาก ในบัญชีธนาคารเราออกไปจ่ายเงินได้เลย แต่สำหรับบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขา
นิวยอร์กนั้น ทาง Paypal ไม่สามารถดึงเงินได้ครับ

ทำให้พอเราซื้อสินค้าผ่านทาง Paypal โดยที่เงินในบัญชี Paypal
ไม่พอจ่าย ทาง Paypal จะทำการดึงเอาเงินจากในธนาคารกรุงเทพมาจ่าย
(ซึ่งดึงไม่ได้) ทำให้ทาง Paypal รู้สึกว่าบัญชีนี้มีการทำงาน
ผิดปรกติ จึงสั่งหยุดการทำงาน และส่งสัญญาณแจ้งว่าบัญชีนี้ถูก
Limited Access ไว้แล้วครับ

ดังนั้นผมแนะนำว่า ถ้าหากเป็นไปได้ เราก็ควรจะมีบัญชี
Paypal ไว้ 2 บัญชีครับ อันหนึ่งไว้สำหรับซื้อของ อีกอันหนึ่งไว้สำหรับ
รับเงินและถอนเงิน จะทำให้เราปลอดภัยจากการถูก Limited Access
มากที่สุดครับ

แต่สำหรับใครที่โดน Limited Access ก็ไม่ต้องหวั่นใจไปครับ เพราะเราสามารถแก้ไขให้ทุกอย่างกลับมาดีดังเดิมได้
เพียงแต่อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยเท่านั้นเอง โดยให้เข้าไปที่หน้า
Resolution Center ในบัญชี Paypal แล้วเข้าไปอ่านดูว่าเราถูก
Limited Access ด้วยข้อหาอะไร และทาง Paypal จะให้เรา
แก้ไขอย่างไร ซึ่งโดยมากจะเป็นการให้ส่งเอกสารยืนยันตัวตน
กลับไปครับ

-
บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของ FF Magazine

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=>http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

วีดีโอ ประกอบบทเรียน Lesson 7 - How to choose products from CJ & How to get link from CJ - เลือกสินค้าใน CJ และการเอาลิ้งค์จาก cj

วีดีโอเรื่องนี้ สอนวิธีการเลือกสินค้าจาก cj และการเอาลิ้งค์จาก cj

กดที่นี่เพื่อดูวีดีโอเรื่องการ เลือกสินค้าจาก CJ

Lesson 7 - How to Choose & getlink from CJ Products - เลือก สินค้า และ Get Link จาก CJ

How to Choose & getlink from CJ Products - เลือก สินค้า และ Get Link จาก CJ

กดที่นี่เพื่อดูวีดีโอ เรื่อง How to Choose & Get Link from CJ Products - วิธีเลือกสินค้าและเอาลิ้งค์จาก CJ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

วันนี้มาต่อกันอีกเรื่องนะครับ นั่นคือ เรามีเทคนิคการเลือกสินค้าจาก CJ ได้อย่างไร
หลักการณ์ง่าย ๆ ของผมเลยนะครับในการเลือกสินค้าผ่าน CJ นั่นก็คือ ดูว่าสินค้าชนิดไหน มี EPC สูง ๆ
และ อนุมัติเราเป็น Publisher ผมก็จะเลือกเอาอันนั้นมาขายครับ ส่วน Keywords หรือ รายละเอียดของสินค้านั้น ๆ
เราสามารถหาเอาทีหลังได้ครับ

EPC = Earning Per 100 Clicks

ครับ EPC คือเงินที่เราจะได้รับจากการที่ เราส่งคนเข้าไปสินค้านั้น ๆ ครบ 100 Click ครับ ซึ่งถ้าค่า EPC สูง ๆ นี่
จะบอกอะไรเราได้บ้างครับ ลองดูกัน

1. EPC สูงบอกเราได้ว่า สินค้าชนิดนั้นเป็นที่นิยม คนซื้อง่าย ขายคล่อง
2. EPC สูงบอกเราได้ว่า ถ้าเราขายสินค้าชนิดนั้นแล้วจะได้ค่าตอบแทนสูง
3. ECP สูงบอกเราได้ว่า ใน 3 เดือนที่ผ่านมา จนปัจจุบัน ความนิยมในตัวสินค้านั้นเป็นเช่นไร
เช่นถ้า เฉลี่ย 3 เดือน EPC สูงปรี๊ดเลย แต่ เฉลี่ย 7 วัน EPC ต่ำติดดินอย่างนี้ก็ไม่ควรขายครับ

สรุปการเลือกสินค้าจาก CJ ได้ดังนี้นะครับ

1. EPC 3 Months และ 7 Days สูง เลือกเลย
2. EPC 7 Days สูง  เลือกเลย
3. EPC 3 Months สูงแต่ 7 Days ต่ำ อันนี้ไม่ต้องเลือกครับสินค้าขายไม่ดีแล้วครับ

ถาม: แล้วต้อง ECP ประมาณเท่าไรครับ ถึงจะเลือกได้
ตอบ: ปกติแล้วผมดูที่ประมาณ 100$ ขึ้นไปครับ เพราะจะได้ค่าตอบแทนเยอะ ๆ หน่อย
แต่จริง ๆ แล้ว สัก $50 ขึ้นไป ก็ Ok แล้วครับ สามารถทำกำไรได้เหมือนกัน

สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ดูในวีดีโอเลยนะครับ

กดที่นี่เพื่อดูวีดีโอ เรื่อง How to Choose & Get Link from CJ Products - วิธีเลือกสินค้าและเอาลิ้งค์จาก CJ 

เช่นเคยครับ ดูวีดีโอจบ หากมีคำถาม สอบถามได้ที่ http://www.emarketingthai.com/forum/

ขอบคุณครับ

Master